เวร 12 ชั่วโมง : แค่ภาพมายาหรือทางแก้ปัญหาจริง
- 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

จากประเด็นร้อน ข้อเสนอปรับเปลี่ยนการจัดเวรพยาบาลจาก 8 ชั่วโมง 3 เวร (เช้า-บ่าย-ดึก) เป็น 12 ชั่วโมง 2 เวร (day-night) จะช่วยลดจำนวนเวร ลดภาระงาน ลดความทุกข์ทรมานให้กับพี่น้องพยาบาลได้จริงหรือไม่ กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่คนให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางและเผ็ดร้อน
วันนี้เราจะลองมาคิดวิเคราะห์ไปด้วยกันค่ะ
คณิตศาสตร์การจัดเวร
หากลองกางตารางเวรในปัจจุบัน สังเกตว่าเวรจะมี 2 รูปแบบหลักๆ ได้แก่ เวรเดี่ยว 8 ชั่วโมง หมายถึง อยู่เพียง 1 เวรใน 1 วัน และเวรควบ 16 ชั่วโมง หมายถึง อยู่ 2 เวรใน 1 วัน ซึ่งอาจเป็นเช้าบ่ายหรือบ่ายดึก และในที่นี้ขอรวมเช้าดึก(8เว้น8)ไปด้วย
จากนั้น เราไปดูตัวอย่างกันค่ะ
ตัวอย่าง 1 :
สมมติมี 4 วันขึ้นเวร แบ่งเป็นเวรเดี่ยว 2 วัน และเวรควบ 2 วัน เท่ากับทำงานรวม (2*8)+(2*16) = 48 ชั่วโมง หากปรับเปลี่ยนเป็นเวร 12 ชั่วโมง ย่อมจะกลายเป็น 4 วันขึ้นเวร เวรละ 12 ชั่วโมง คิดง่ายๆ เหมือนเกลี่ยครึ่งเวร(4ชั่วโมง) จากทุกเวรควบไปยังเวรเดี่ยว
นั่นคือ หากวันที่ขึ้นเวรควบมีจำนวนเท่ากับวันที่ขึ้นเวรเดี่ยว (เวรควบคิดเป็น 1 ใน 2 ของวันขึ้นเวรทั้งหมด) เมื่อปรับระบบ เราจะยังขึ้นเวรเป็นจำนวนวันเท่าเดิม หากแต่จำนวนชั่วโมงในแต่ละวันจะเปลี่ยนไป จากหนักสุดๆบางวัน กลายเป็นหนักปานกลางทุกวันแทน
ตัวอย่าง 2 :
สมมติมี 6 วันขึ้นเวร แบ่งเป็นเวรเดี่ยว 4 วัน และเวรควบ 2 วัน เท่ากับทำงานรวม (4*8)+(2*16) = 64 ชั่วโมง
เมื่อปรับระบบ จะกลายเป็น (64÷12) ขึ้นเวร 5 วัน วันละ 12 ชั่วโมง และเหลือเศษ 4 ชั่วโมง
ในความเป็นจริง จำนวนเวรทั้งเดือนย่อมมากกว่านี้ และย่อมมีคนในวงเวรที่เจอสถานการณ์เดียวกัน เศษ 4 ชั่วโมงที่เหลือย่อมถูกดูดซับไป
นั่นคือ หากเวรควบคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนเวรทั้งหมด เจ้าหน้าที่มีแนวโน้มจะมีวันที่ต้องมาขึ้นเวรลดลง แต่อาจมีบางคนในวงเวรที่ยังคงมาทำงานเท่าเดิม
ตัวอย่าง 3 :
สมมติมี 6 วันขึ้นเวร แบ่งเป็นเวรเดี่ยว 2 วัน และเวรควบ 4 วัน คิดเป็น (2*8)+(4*16) = 80 ชั่วโมง หากปรับเป็นเวร 12 ชั่วโมง จะคิดเป็น 6 วัน และเหลือเศษ 8 ชั่วโมง
นั่นคือ หากเวรควบมีจำนวนมากกว่าเวรเดี่ยว ในตัวอย่างนี้คิดเป็น 2 ใน 3 ของวันขึ้นเวรทั้งหมด เจ้าหน้าที่จะมีแนวโน้มสูงมากที่จะมีวันขึ้นเวรเพิ่ม
จะเห็นได้ว่า การปรับเวรเป็นแบบ 12 ชั่วโมง มีทั้งกรณีที่จำนวนวันขึ้นเวรลดลง, จำนวนวันขึ้นเวรคงเดิม, และกลับตาลปัตรถึงขั้นจำนวนวันขึ้นเวรเพิ่มขึ้น แตกต่างกันไปตามภาระงานแท้จริงซึ่งยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ดี นี่เป็นการคิดแบบลัดเพื่อให้เห็นภาพโดยคร่าวเท่านั้น เมื่อย้อนกลับมายังเป้าหมายหลัก เราต้องการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้พยาบาล คณิตศาสตร์พื้นฐานอาจจะไม่ตอบโจทย์ แต่ควรมองให้ลึกขึ้น
เวรบนกระดาษกับคุณภาพชีวิตบนโลกจริง
จากการสัมภาษณ์พยาบาลห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พบว่ามีเวรเฉลี่ย 36-40 เวร/คน/เดือน คิดเป็น 288-320 ชั่วโมง โดยมีวันที่มีเวร 24-25 วัน มีวันหยุด 5-6 วัน
หากปรับเป็นระบบเวร 12 ชั่วโมง พยาบาลท่านเดียวกันนี้ จะมีวันที่ต้องมาขึ้นเวรจำนวน 24-26 วัน ซึ่งใกล้เคียงเดิมหรืออาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จุดต่างสำคัญคือเป็นเวร 12 ชั่วโมงทุกวัน ซึ่งเป็นไปได้บนกระดาษ แต่เป็นไปได้ยากในชีวิตจริง
"ถ้าเวร 12 แล้วได้หยุดเยอะหน่อยก็ดี แต่ถ้าหยุดพอๆกัน หนูขออยู่ 16 แล้วมี 8 บ้างดีกว่า อย่างน้อยยังได้กลับบ้านบ้าง"
ระบบเวร 12 ชั่วโมงหรือ day-night เป็นที่นิยมในสถานพยาบาลเอกชนอยู่เดิม เนื่องด้วยสามารถควบคุมความหนักเบาให้เท่าเทียมได้ง่ายกว่า จากการเกลี่ยชั่วโมงทำงานในเวรควบ และมีวันหยุดโดยรวมมากกว่าจากการควบรวมเวรเดี่ยวเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ระบบ day-night เป็นที่นิยม
อย่างไรก็ตาม สถานพยาบาลภาครัฐมักมีอัตรากำลังไม่เพียงพอ ส่งผลให้จำนวนเวรต่อคนพุ่งสูง กระทั่งการจัดเวรระบบ 12 ชั่วโมง ไม่อาจควบรวมเวรเดี่ยวได้อีกต่อไป ส่งผลให้ในบางวงเวร จำนวนวันขึ้นเวรเพิ่มขึ้น จำนวนวันหยุดลดลง
นั่นคือระบบเวร 12 ชั่วโมง อาจเหมาะสมกับวงเวรที่คนเพียงพอ แต่อาจเป็นหายนะในเวรที่คนไม่พอเพียง
"ไม่ได้ชอบแบบเดิมนะ จริงๆเวร 16 ชั่วโมงมันแย่มาก แต่ลองคิดว่าเวร 12 ชั่วโมงทุกวัน ลูกคงจำหน้าเราไม่ได้"
ยิ่งไปกว่านั้น ระบบเวร 12 ชั่วโมง ไม่ว่าจะตัด 7-19 หรือ 8-20 ก็ตาม เมื่อบวกเวลาส่งเวร เวลาเดินทาง ก็แทบหมดเวลาที่ครอบครัวจะได้ใช้ร่วมกัน
พยาบาลในสถานพยาบาลเอกชนให้ข้อมูลว่า ตนลงเวร 20.00 น. ส่งเวร 30 นาที เดินทางกลับบ้าน 30 นาที กว่าจะถึงบ้าน 3 ทุ่มกว่า ลูกๆก็นอนไปแล้ว พอเช้าก็ต้องรีบออกจากบ้าน ไม่สามารถดูแลลูกในฐานะแม่ได้เต็มที่ ยังไม่ต้องพูดถึงพักผ่อนเพียงพอไหม
"แต่โชคดีระบบนี้ทำให้วันหยุดเยอะขึ้น พี่หยุด 14-15 วันเลยค่ะ ได้ไปส่งเด็กๆ ระหว่างวันก็พักผ่อนไป พอบ่ายๆก็ไปนั่งรอเขาเลิกเรียน เหมือนได้ชีวิตคืนมา พี่ดีใจมาก แต่ถ้าวันหยุดน้อยพี่ไม่อยู่แน่นอน"
ดูเหมือนว่าระบบเวร day-night จะมีประโยชน์มากหากได้ใช้เวลาวันหยุดเพิ่มขึ้น แต่กลับจะกลายเป็นหายนะรายวัน หากวันหยุดที่ว่าลดน้อยลง
การมองนอกกรอบกับการซุกใต้พรม
ข่าวการปรับระบบจัดเวร นอกจากกระแสวิเคราะห์ผลดีผลเสียแล้ว ยังมีเสียงสะท้อนกลับแสดงความไม่พอใจ มองว่านี่อาจเป็นการซุกปัญหาไว้ใต้พรมหรือไม่
เป็นที่ทราบกันดีว่าพยาบาลในภาครัฐของไทย มีชั่วโมงการทำงานที่มากเกินมาตรฐาน ทั้งยังมีปัญหาค่าตอบแทนที่ไม่สะท้อนภาระงาน ยิ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการเคลื่อนไหวก่อตั้งสหภาพแพทย์ เรียกร้องการจำกัดชั่วโมงการทำงาน จึงคล้ายปลุกกระแสเปิดแผลเก่าเรื้อรัง จนปัญหาดังกล่าวได้รับความสนใจโดยทั่ว
การมาถึงของระบบเวร 12 ชั่วโมง โดยมีกระแสข่าวว่าเป็นการแก้ปัญหาภาระงานมากเกินควร จึงคล้ายราดน้ำมันลงกองไฟ เพราะไม่ว่าระบบเวรจะเป็นเช่นไร แต่หากภาระงานรวมคงที่ อัตรากำลังคงเดิม ปัญหาย่อมไม่ถูกแก้ไข ไม่ว่าระบบเวรจะเปลี่ยนไปใช้ระบบใด ปัญหาย่อมกลัดหนองและมีแต่จะแย่ลง
อย่างไรก็ดี มีผู้ให้ความเห็นอีกแง่ที่น่าสนใจ ระบบเวร 12 ชั่วโมงอาจนำไปสู่การปลดล็อกระเบียบราชการบางอย่าง
ที่ผ่านมาการจัดเวรพยาบาลรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ มักยึดตามระเบียบราชการที่เขียนไว้นานแล้วเป็นหลัก ในต่างประเทศ การจัดเวรไม่จำเป็นต้องเป็น 4 หรือ 8 หรือ 12 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องเป็น 7-15-23 น. สามารถบริหารจัดการตามความเหมาะสม โดยวิเคราะห์จากภาระงานระหว่างวัน ที่ต่างสถานที่ ต่างสาขา ย่อมแตกต่างกัน นำไปสู่การจัดอัตรากำลัง ที่มากในช่วงยุ่ง ถอยในช่วงว่าง และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ปฏิบัติงานได้จริง
แท้จริงแล้ว ระบบเวร 12 ชั่วโมง เป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ ในวงเวรที่มีความเหมาะสม แต่มากกว่านั้นคือการขุดปัญหาที่อยู่ใต้พรมขึ้นมาจัดการ คือการเปิดมุมมองการจัดเวรที่แตกต่าง ที่ยึดโยงกับภาระงานและคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงานจริง




ความคิดเห็น