• Supatcha Chavalvechakul

4C get ready to be on-cloud! อยากใช้คลาวด์ โรงพยาบาลต้องเตรียมอะไรบ้าง


4C get ready to be on-cloud! อยากใช้คลาวด์ โรงพยาบาลต้องเตรียมอะไรบ้าง

การทำงานภายในโรงพยาบาล ประกอบไปด้วยระบบงานต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบการรักษาพยาบาล ระบบตรวจทางห้องปฏิบัติการ ระบบเอกซ์เรย์ ระบบโภชนาการ ระบบบุคลากร ระบบจ่ายกลาง ระบบบำรุงรักษา ระบบเภสัชกรรม เป็นต้น ซึ่งระบบเหล่านี้จะอยู่ภายใต้ระบบสารสนเทศในโรงพยาบาล (Hospital Information System) หรือที่เรียกกันว่า HIS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการกลางที่ช่วยบริหารงานต่าง ๆ เหล่านี้ภายในโรงพยาบาล

 

อ่านตามหัวข้อ

 


4 ข้อดีของระบบคลาวด์ที่ทำให้บริการสาธารณสุขดีขึ้น


โดยทั่วไประบบ HIS จะเป็นแบบ on-premise คือมีห้องเก็บอุปกรณ์ และระบบ IT infrastructure อยู่ที่ภายในพื้นที่ของโรงพยาบาลเอง ซึ่งมีข้อดีคือโรงพยาบาลสามารถบริหารจัดการเองได้ แต่ก็ต้องดูแลระบบการควบคุมอากาศและไฟฟ้า รวมไปถึงจัดซื้อ ติดตั้งและซ่อมบำรุงระบบด้วยตัวเอง ในขณะที่ปัจจุบันมีรูปแบบการให้บริการที่เรียกว่า on-cloud คือบริหารจัดการผ่านเครือข่ายของผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ที่สามารถช่วยบริหารจัดการระบบงานต่าง ๆ ได้ตามการใช้งานจริง ซึ่งนอกจากนี้ยังมีข้อดีด้านอื่น ๆ จากการนำระบบคลาวด์ไปใช้ในโรงพยาบาล ดังต่อไปนี้

Consumerism รองรับการเติบโตของแนวโน้มพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้บริโภค

ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่คนไข้เท่านั้น แต่รวมไปถึงแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และบุคคลทั่วไปที่อยากแข็งแรงและรักษาสุขภาพดี ซึ่งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบคลาวด์ เช่น IoT Big data หรือ AI จะอำนวยความสะดวกในการประมวลผลข้อมูลที่ช่วยให้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังยกระดับความปลอดภัยการรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการอีกด้วย


Interoperability สามารถบูรณาการระบบงานที่ให้บริการสุขภาพได้ดีขึ้น

โดยระบบคลาวด์ที่มีลักษณะการใช้งานผ่านการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย มีข้อดีคือช่วยให้ระบบต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันได้ การพัฒนาฐานข้อมูลที่ครอบคลุมและต่อยอดบริการใหม่ทำได้ง่ายขึ้น


Scalability สะดวก มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการใช้งานระบบ

สามารถเพิ่มหรือลดทรัพยากรในการใช้งานได้ทันที ที่สำคัญคือข้อได้เปรียบทางด้านราคา โรงพยาบาลสามารถประหยัดต้นทุนจากการคิดค่าบริการตามการใช้งานจริงเป็นรายชั่วโมงหรือตามจำนวนระบบที่ใช้บริการ ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งทีมงานไอทีให้ดูแลระบบ รวมไปถึงสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้า-ควบคุมอากาศ เป็นต้น


Prevention-oriented ให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

ลดภาระความยุ่งยากในการบริหารจัดการ เพราะมีผู้เชี่ยวชาญที่คอยดูแลระบบให้โดยเฉพาะ โรงพยาบาลสามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่ไปทุ่มเทให้กับการยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพได้อย่างเต็มที่


 


4 ตัวอย่างนวัตกรรม “Healthcare cloud computing” ที่พลิกโฉมอนาคตระบบสาธารณสุข


จากรายงาน Healthcare Cloud Computing Market จัดทำโดย Global Market Insights ระบุไว้ว่า มูลค่าตลาดการใช้ cloud computing ในอุตสาหกรรม healthcare ทั่วโลกเมื่อปีที่ผ่านมาสูงถึง 9 แสนล้านบาท และคาดการณ์ว่าอาจสูงถึง 2.5 ล้านล้านบาท ภายในปี 2026 โดยมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ แสดงให้เห็นว่า cloud computing สามารถช่วยให้การทำงานภายในโรงพยาบาลดีขึ้นได้จริง และมีศักยภาพที่จะรองรับการให้บริการสุขภาพในอนาคตได้อีก ตัวอย่างของการนำ cloud computing มาช่วยระบบงานอะไรในโรงพยาบาลบ้าง มาดูกัน

Electronic Health Record งานเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์

ปกติโรงพยาบาลจะบันทึกข้อมูลประวัติการรักษาในรูปแบบเอกสารทั้งหมด ซึ่งมีความยุ่งยากตั้งแต่การบันทึก การจัดเก็บ ไปจนถึงการดึงมาใช้ ประโยชน์ของการนำ cloud computing จะช่วยให้สามารถจัดการกับฐานข้อมูลปริมาณมากและซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว สามารถนำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อต่อยอดนวัตกรรมการรักษา และยังยกระดับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้บริการอีกด้วย


Pharmacy Information Systems ระบบคลังยาและเวชภัณฑ์

การบริหารจัดการข้อมูลระบบคลังยาและเวชภัณฑ์มีความซับซ้อน ยาแต่ละประเภทมีรูปแบบการจัดเก็บที่ไม่เหมือนกัน ระบบการจัดการเอกสารจะต้องมีการตรวจสอบและควบคุมให้เป็นระบบ การจัดการระบบคลังยาและเวชภัณฑ์ด้วย cloud computing จะเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย ช่วยให้ระบบต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันได้ ช่วยในการจัดการ supply chain management ของยาและเวชภัณฑ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น


Radiology and Image Processing เทคโนโลยีประมวลผลภาพในงานรังสีวิทยา

นอกจากการจัดเก็บข้อมูลรูปภาพที่มีขนาดใหญ่ด้วย cloud computing จะอำนวยความสะดวกในการจัดการข้อมูลแล้ว การพัฒนา AI ที่ช่วยวิเคราะห์รูปภาพทางการแพทย์เพื่อประกอบการวินิจฉัยและรายงานผลการตรวจแบบอัตโนมัติ ลดภาระงานของรังสีแพทย์ ให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น


Revenue Cycle Management การจัดการการเงินและการบัญชี

ระบบการเบิกจ่ายและการจัดการการเงินภายในโรงพยาบาล ก็สำคัญไม่แพ้ระบบที่ช่วยเรื่องการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลจะต้องจัดการกับข้อมูลสิทธิการรักษาของคนไข้ บริษัทประกัน เงื่อนไขการเบิกจ่ายจากส่วนกลาง จำนวนมาก และจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาลเพื่อให้มีรายได้ในการดำเนินการต่อไปได้ การนำ cloud computing มาใช้จะช่วยให้การดึงข้อมูลทำได้สะดวกขึ้น การเชื่อมต่อกับระบบงานอื่นทำได้ง่าย สามารถเบิกจ่ายได้อย่างรวดเร็ว


นอกจากนี้การนำ Cloud computing ไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่หรือในสมาร์ทโฟน (wearable device and IoT in healthcare) เพื่อวัดผลค่าสัญญาณชีพยังเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ แต่ปัจจุบันสำหรับในประเทศไทยอุปกรณ์เหล่านี้ยังไม่ได้ถูกรับรองให้เป็นเครื่องมือแพทย์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงไม่สามารถใช้ประกอบการวินิจฉัยในการรักษาของแพทย์ได้

 

4C get ready to be on-cloud! อยากใช้คลาวด์ โรงพยาบาลต้องเตรียมอะไรบ้าง


กระแสการใช้ Cloud เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุตสาหกรรม healthcare กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก โดยกว่า 93%* ขององค์กรด้านสาธารณสุขทั่วโลกเริ่มเข้าสู่ Digital Transformation ซึ่ง 78% เริ่มใช้ cloud computing แล้วและอีก 20% อยู่ในช่วงทดลองเพื่อเริ่มใช้งานจริง

สำหรับหน่วยงานสาธารณสุขหรือสถานพยาบาลใดที่สนใจเพิ่มประสิทธิภาพการปรับกลยุทธ์การดำเนินการขององค์กรโดยการใช้เทคโนโลยี cloud computing เข้ามาช่วย ไม่ให้ถูก disrupt หรือถูกหยุดชะงักจากการไม่พัฒนาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก H LAB ขอนำเสนอขั้นตอนง่าย ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้ cloud computing ดังนี้


(1) “Clarification” ทำความเข้าใจกับรูปแบบกิจกรรมที่ตัวเองทำอยู่


“Clarification” ทำความเข้าใจกับรูปแบบกิจกรรมที่ตัวเองทำอยู่


(2) “Classification” จัดลำดับของกระบวนการและข้อมูล ทั้งในเชิงชั้นความลับ และความสำคัญเร่งด่วน


“Classification” จัดลำดับของกระบวนการและข้อมูล ทั้งในเชิงชั้นความลับ และความสำคัญเร่งด่วน

(3) know your “Capability” รู้ว่าตัวเองพร้อมแค่ไหน เรื่องทีมงาน ความพร้อมด้านระบบ และความตระหนักเรื่องความปลอดภัยไอที


know your “Capability” รู้ว่าตัวเองพร้อมแค่ไหน เรื่องทีมงาน ความพร้อมด้านระบบ และความตระหนักเรื่องความปลอดภัยไอที

(4) “Comparison” เลือกผู้ให้บริการ cloud solutions ที่เหมาะกับองค์กรของเรา


“Comparison” เลือกผู้ให้บริการ cloud solutions ที่เหมาะกับองค์กรของเรา

 

อ้างอิง

  • Cloudcone. Global healthcare: How cloud computing can facilitate its growing needs in 2021. July 21, 2020.

  • Dhilawala, Abbas. 9 Keys Benefits of Cloud Computing in Healthcare. March 9, 2019.

  • Vinati Kamani, Arkenea. 5 Ways Cloud Computing Is Impacting Healthcare. October 2, 2019

  • รามาธิบดีพยาบาลสาร. ระบบสารสนเทศสำหรับพยาบาล ตอนที่ 4: ระบบสารสนเทศในโรงพยาบาล. หน้า 130-134. 1997.

  • gminsights

  • prnewswire

  • revcycleintelligence

  • *2021 Healthcare Digital Transformation Survey จัดทำโดย The BDO Center for Healthcare Excellence & Innovation

  • Lerksirinukul, Phatphicha. ระบบ Cloud แบบไหนที่เหมาะกับการใช้ในหน่วยงานด้านสาธารณสุขและโรงพยาบาล?. April 16, 2019.

  • Lim, Jamilah. Cloud computing in healthcare is growing fast in APAC – here’s why. June 17, 2021.

 


H LAB เป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา และพัฒนา Modern Cloud-Based Healthcare Platform สำหรับการบริหารจัดการในโรงพยาบาล พวกเรามีความตั้งใจในการพัฒนาระบบสุขภาพแบบมุ่งเน้นคุณค่า เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการของโรงพยาบาล โดยมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพการรักษาและการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของประชาชนที่ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น