แนวคิด Push - Pull System นำมาปรับใช้กับโรงพยาบาลได้อย่างไร?



จากโพสที่แล้ว ที่เราได้เล่าว่าวิศวกร IE หรือ Industrial Engineering เข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการในโรงพยาบาลได้อย่างไรบ้าง https://www.facebook.com/hlabconsulting/posts/3868406986577317

.

ในคราวนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแนวคิด Lean คือ “Push – Pull System” ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมการผลิต และสามารถนำไปปรับใช้กับการจัดการโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี

.

◾ Push System คือ แนวคิดการผลักอุปทาน (Supply) หรือวัตถุดิบให้ส่งต่อไปตามขั้นตอนต่างๆ ด้วยปริมาณที่คาดการณ์ว่าจำเป็นต้องใช้ในการผลิตสินค้า

.

◾ Pull System คือ แนวคิดการดึงอุปทาน (Supply) หรือวัตถุดิบให้ส่งต่อมาตามขั้นตอนต่างๆ ด้วยปริมาณที่พอดีกับความต้องการของลูกค้า

💡 ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ



Push System ในโรงงานผลิตรถยนต์

สมมติ Item A เป็นชิ้นส่วนหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตรถยนต์ ถูกป้อนเข้าคลังสินค้าด้วยอัตรา 100 ชิ้น/วัน แต่มีการนำไปใช้ผลิตรถยนต์เพียง 70 ชิ้น/วัน

✔ ข้อดี

◾ มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตแน่นอน

◾ สั่งซื้อง่าย เติมสต๊อกสะดวก เช่น สั่งซื้อ 100 ชิ้นเหมือนกันทุกวัน

.

❗ ข้อเสีย

◾ สต๊อกจม ทุนจม

◾ ต้นทุนการดูแลคลังสินค้าสูง

.

Pull System ในโรงงานผลิตรถยนต์

เราทราบข้อมูลความต้องการรถยนต์ของลูกค้า ทำให้เราสามารถผลิตรถยนต์ในปริมาณที่พอดีกับความต้องการ จากแผนภาพ เราผลิตรถยนต์โดยใช้ Item A 70 ชิ้น/วัน เราจึงเติมสต๊อกในอัตราเดียวกัน

✔ ข้อดี

◾ สต๊อกน้อย

◾ ต้นทุนการดูแลคลังสินค้าต่ำ

.

❗ ข้อจำกัด

◾ หากคำนวณหรือจัดการไม่ดี การผลิตอาจจะหยุดชะงัก วัตถุดิบอาจจะไม่เพียงพอต่อการผลิต

.

💡 แล้วเครื่องมือ Push - Pull System นี้ สามารถนำมาปรับใช้กับโรงพยาบาลได้อย่างไร?

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ



Push System ในโรงพยาบาลแผนกผู้ป่วยนอก

ที่แผนก OPD A มีการนัดหมายและเรียกคิวผู้ป่วยเข้ามารอตรวจในแผนกปริมาณ 100 คน/ชั่วโมง แต่แพทย์ในแผนกสามารถตรวจผู้ป่วยได้เพียง 50 คน/ชั่วโมง ทำให้ผู้ป่วยรอนาน และเกิดความแออัดในแผนก

✔ข้อดี

◾ บุคลากรจัดการง่าย เรียกผู้ป่วยสะดวก

.

❗ ข้อเสีย

◾ ผู้ป่วยรอนาน เกิดความแออัด

◾ ความพึงพอใจในการรับบริการต่ำ

.

Pull System ในโรงพยาบาลแผนกผู้ป่วยนอก

แพทย์ในแผนก OPD A ตรวจผู้ป่วยด้วยปริมาณที่เหมาะสมคือ 50 คน/ชั่วโมง จึงมีการนัดหมายและเรียกคิวผู้ป่วยเข้าตรวจด้วยอัตราเดียวกัน

✔ ข้อดี

◾ ผู้ป่วยรอไม่นาน การบริหารจัดการคิวผู้ป่วยราบรื่น

◾ ความพึงพอใจในการรับบริการสูง

.

❗ ข้อจำกัด

◾ มีระบบนัดหมายและนโยบายการนัดหมายที่เหมาะสมกับปริมาณผู้ป่วยและขีดความสามารถของแพทย์และบุคลากร

◾ มีระบบการจัดการคิวที่ดี ระบบช่วยจัดการคิวอัตโนมัติ

.

💡 Solution

ระบบ FLOW : Patient Flow Management System ที่ H LAB ได้พัฒนาขึ้นมา มี Algorithm ในการนัดหมายและจัดการคิวแบบ Pull system ซึ่งได้มีการติดตั้งใช้งานกับหลายโรงพยาบาล พบว่า สามารถช่วยลดความหนาแน่น ลดระยะเวลารอของผู้ป่วย และที่สำคัญ ลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ในการจัดการคิวและการบริการผู้ป่วยได้

.

H LAB เรามีบุคลากรที่เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาการบริการในโรงพยาบาล

https://www.hlabconsulting.com/flow

.

🔎 รู้จัก H LAB เพิ่มเติม

◾ Facebook: https://www.facebook.com/hlabconsulting

◾ Website: https://www.hlabconsulting.com/

.

#Healthsystemsengineering #HSE #Industrialengineering #IE #Healthsystem #Healthcare #Hospital #Pushsystem #Pullsystem #Flow #Patientflow #Hospitalmanagement #Hospitalmanagementsystem #Hlab

Featured Posts
Recent Posts