“ถ้ายุงจะกัด มันไม่เลือกสัญชาติ”
- Jun 4
- 1 min read

เรื่องราวของ นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ กับแนวคิดสาธารณสุขที่มอง “คน” เท่ากัน
เกือบยี่สิบปีก่อน ผู้เขียนมีโอกาสได้พบกับ นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก โรงพยาบาลที่ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ห่างไกลที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา นพ.วรวิทย์ทำงานอยู่ที่อุ้มผาง ตั้งแต่วันที่โรงพยาบาลยังขาดแคลนทรัพยากร จนกลายเป็นสถานพยาบาลที่เป็นที่พึ่งของผู้คนจำนวนมาก โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือสถานะทางทะเบียน
อุ้มผางเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีความซับซ้อนทั้งด้านภูมิศาสตร์และประชากร หลายคนไม่มีแม้กระทั่งเอกสารแสดงตัวตน แต่เมื่อเกิดความเจ็บป่วย ทุกคนต่างต้องการการรักษาเช่นเดียวกัน
มีเรื่องเล่าที่สะท้อนความเชื่อมั่นและความเคารพที่ผู้คนมีต่อโรงพยาบาลอุ้มผางว่า
“ถ้ายุงจะกัด มันไม่เลือกสัญชาติ”
อุ้มผางเคยเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคมาลาเรียอย่างหนัก การควบคุมโรคจึงไม่สามารถเลือกดูแลเฉพาะคนบางกลุ่มได้ เพราะโรคระบาดไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือสถานะใด ๆ แนวคิดดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอุดมคติที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจในธรรมชาติของปัญหาสาธารณสุข และข้อเท็จจริงของพื้นที่
ในเวลาต่อมา แม้สถานการณ์มาลาเรียจะดีขึ้น ก็ยังมีคำถามว่าทำไมโรงพยาบาลจึงยังคงรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียม นพ.วรวิทย์เคยอธิบายว่า การรักษาตามมาตรฐานไม่เพียงช่วยชีวิตคนไข้ แต่ยังช่วยลดภาระของระบบสาธารณสุขโดยรวมในระยะยาว
อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนจดจำได้ คือความถ่อมตัวของ นพ.วรวิทย์ เมื่อมีคนถามว่าทำไมจึงทำงานอยู่ที่อุ้มผางได้นานขนาดนี้ เขากลับตอบอย่างเรียบง่ายว่า
“พี่ไม่ใช่คนเก่ง ถ้าไปอยู่ในเมืองก็คงเป็นหมอที่ไม่เก่ง ไม่มีประโยชน์อะไรเลย”
“แต่ที่นี่ชาวบ้านเขาไม่มีใคร”
และยังกล่าวอีกว่า
“เรามีคุณค่ามากนะ”
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการมองคุณค่าของตนเองผ่านการสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นมากกว่าชื่อเสียงหรือความสำเร็จส่วนตัว
H LAB ขอร่วมแสดงความยินดีกับ
นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์
ในโอกาสที่ได้รับรางวัล
2026 United Arab Emirates Health Foundation Prize
ในงาน World Health Assembly ณ กรุงเจนีวา
และขอขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจด้านมนุษยธรรมและสาธารณสุขที่ส่งต่อให้กับสังคมไทยมาโดยตลอด
