top of page

ความซับซ้อนของตารางเวรพยาบาลปัญหาที่ไม่มีใครอาจเข้าใจ

Feb 11, 2025
1 min read

ถ้าพูดถึงปัญหาในโรงพยาบาล ทุกคนคงคิดถึงภาระงาน ที่ไม่สมดุลกับอัตรากำลังของบุคลากรกันใช่ไหม


แต่ที่จริงแล้วมีอีกปัญหาใหญ่ ที่สัมพันธ์กันไปกับปัญหาอัตรากำลังและภาระงานอย่างแนบแน่น นั่นคือปัญหา “การจัดตารางเวร” นั่นเองค่ะ!


สำหรับคนนอกวงการ หรือแม้แต่สาขาที่เวรค่อนข้างจะจัดง่ายกว่าชาวบ้านอย่างหมอ


เราอาจเข้าใจเค้าอย่างผิวเผินเท่านั้นนะคะ


ทั้งที่พยาบาลอาจเป็นบุคลากรที่มีมากที่สุดในโรงพยาบาล แต่ปัญหาการจัดตารางเวรพยาบาลกลับไม่เป็นที่เข้าใจ สนใจ หรือพยายามหาทางแก้ไขอย่างจริงจังเท่าที่ควร


เรามาลองย้อนรอยปัญหากันดูค่ะ


(*หัวหน้าพยาบาลในบทความนี้ หมายถึงหัวหน้าหอผู้ป่วย)




—


-ความซับซ้อนของตารางเวร-

ตารางเวรพยาบาลไม่ใช่แค่จับชื่อใส่ในช่องว่าง แต่พยาบาลแต่ละหอผู้ป่วย แต่ละส่วนงาน จะมีตำแหน่งแยกย่อยลงไปเป็นขั้นๆ


เช่น


หอผู้ป่วยอายุรกรรม ในเวรหนึ่งๆ มีพยาบาลตำแหน่งอินชาร์ตเป็นหัวหน้าเวร ทำหน้าที่จ่ายงาน ดูแลการบริหารภาพใหญ่ ตำแหน่งลีดเดอร์เป็นหัวหน้ากลุ่มย่อย ดูแลเอกสารและจ่ายงานภายในกลุ่มเดียวกัน และมีพยาบาลเมมเบอร์เป็นสมาชิกเวรที่ดูแลผู้ป่วยเป็นหลัก


จากตำแหน่งที่ว่ามานั้น การจัดเวรจำต้องแบ่งพยาบาลออกเป็นกลุ่มๆตามอาวุโสหรือความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน เพื่อจ่ายงานให้ถูกต้องตามระดับ หรือที่เรียกกันในวงการว่า “Competency” ให้ได้


ยิ่งไปกว่านั้นยังอาจมีรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ยาบางตัวมีพยาบาลเพียงบางคนที่เคยเข้าอบรมจึงให้ได้ หรือหอผู้ป่วยบางแห่ง ต้องการให้ในเวรมีพยาบาลคละเพศทั้งหญิงชาย ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาคิดร่วมกัน


หมอเองเคยเห็นตารางก่อนจัดเวร(ไม่ใช่ตารางเวรนะคะ)ของพี่หัวหน้าพยาบาล แกทั้งแบ่งจำนวนปีที่ทำงาน จำนวนการอบรมที่เคยผ่าน ไปจนถึงรายละเอียดอย่าง คนนี้ควงเวรมาก่อนหน้า ต้องมีคนที่สดกว่ามาประกบ (มีแบบนี้ด้วย!) เรียกได้ว่าหลากหลายมากค่ะ


โดยสรุปแล้ว แม้จะเป็นวิชาชีพเดียวกัน หรือแม้แต่อายุงานเท่ากัน ก็ยังมี Competency ต่างกัน กลายเป็นอีกปัจจัยหลักของการจัดเวร


ทว่าการจัดเวร ยังไม่จบแค่นี้นะคะ

เพราะเรายังไม่เข้าช่วง “ขอเว-ขอเวร” กันเลยค่ะ


—


-ขอเวและขอเวร-

ก่อนจัดตารางเวร หัวหน้าพยาบาลจะเปิดให้ชาวคณะลงชื่อขอเวและขอเวรกันค่ะ


การขอเว(เคชั่น) หรือขอออฟ คือการขอวันหยุด(ซึ่งเท่ากับเสาอาทิตย์ของอาชีพอื่น)ของฉันเป็นวันไหน สำหรับคนอาชีพอื่นๆแล้ว การขอลาฟังดูปกติ ไม่นับเป็นอะไร


แต่ไม่ใช่กับวงการพยาบาลแน่นอนค่ะ


สำหรับการจัดเวรแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะปล่อยตำแหน่งหนึ่งๆให้ว่าง เพียงเพราะคนที่ competency ถึงนั้นขอเวไว้ หัวหน้าพยาบาลจะทำทุกวิถีทาง เพื่อหาคนลงให้ครบทุกตำแหน่งทุกเวรให้ได้ มิฉะนั้นหากปล่อยว่างๆไป ย่อมนำไปสู่ภาระงานเกินปกติ และความเสี่ยงต่อการดูแลคนไข้ นั่นคือฝันร้ายของหัวหน้าพยาบาล


การขอเวของพยาบาล จึงมักให้เขียนเหตุผลกำกับ ขอเวไปเที่ยว เวพาแม่ไปรักษาตัว เวไปกีฬาสีลูก หรือไปทำอะไร ทั้งยังมีการนับด้วยว่าใคร ขอเวไปเท่าไหร่แล้วได้ไปกี่ครั้งแล้ว


อันที่จริงเคยคุยกับหัวหน้าพยาบาลหลายท่าน ส่วนใหญ่อยากให้ทุกคนได้เวตามที่ต้องการนะคะ


ลำพังทำงานเป็นเวรก็ใช้ชีวิตลำบากแล้ว หากเวตามต้องการไม่ได้ คงยิ่งเศร้าไปกันใหญ่ หลายครอบครัวเสียเวลากินข้าวช่วงเย็นกับคุณแม่ที่เป็นพยาบาลไป ก็ควรได้วันพักผ่อนร่วมกันเป็นการตอบแทน


ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากขอเวแล้ว ยังมีขอเวรอีกในบางครั้ง


ค่าเวรของพยาบาลแต่ละเวรไม่เท่ากัน เวรบ่ายเวรดึกจะมีระเบียบเบิกจ่ายครอบอีกฉบับ ทำให้ได้เงินเสริมอีกเล็กน้อย


วงการพยาบาลไม่เพียงเป็นสถานที่ทำงาน แต่อยู่กันแบบครอบครัวจริงๆ(ที่ไม่ใช่กาสะลองซ้องปีบ)ด้วย


หัวหน้าพยาบาลมักล่วงรู้ปัญหาการเงินของน้องในปกครอง บางครั้งจึงเปิดโอกาสให้น้องลงชื่อขอเวรเพิ่มเติม หรือลากยาวไปถึงอนุญาตให้ซื้อขายเวรระหว่างกัน กลายเป็นอีกเงื่อนไขประกอบการจัดตาราง ที่มีทั้งขอเวและขอเวร


ในชีวิตจริง การจัดตารางเวรให้คนหลายสิบคน โดยที่แต่ละคนมีเงื่อนไขในชีวิตแตกต่างกัน มันยากมากนะคะ ถึงขั้นส่งหัวหน้าพยาบาลบางท่าน มานอนฉีดยาแก้ปวดหัวที่ห้องฉุกเฉินเลยทีเดียว (เรื่องจริงค่ะ)


—


อ่านถึงจุดนี้ หลายท่านคงพอมองภาพต่อไปออกแล้ว


หอผู้ป่วยบางแห่งเมื่อหาคนไม่ได้ จำต้องบังคับคนที่เพิ่งลงเวร ให้กลับมาควงเวรขึ้นเวรใหม่

บางแห่งจำต้องลดมาตรฐาน ลดเงื่อนไข Competency พยาบาลที่ตั้งไว้


นำไปสู่ปัญหาคุณภาพการรักษาพยาบาล


มองกลับมาในมุมผู้ปฏิบัติงาน พยาบาลหลายคนถูกบังคับควงเวร ถูกปฏิเสธวันออฟ กระทบชีวิตครอบครัวจนสั่นคลอน การทำงานที่เคยรักและภาคภูมิ เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย


สุดท้ายลาออกอย่างหมดใจ


เหตุการณ์เหล่านี้ เป็นรากเหง้าของปัญหาใหญ่ที่สุด อย่างการไหลออกของบุคลากร


—


กระนั้นแล้ว มีวิธีใดสามารถบรรเทาปัญหาดังกล่าวลงไปได้บ้าง


เมื่อมองภาพกว้าง เราจะพบจุดน่าสนใจจุดหนึ่ง


การจัดตารางเวรไม่ใช่กิจกรรมการพยาบาล แต่เป็น “กระบวนการทางคณิตศาสตร์”


ที่หาความเป็นไปได้ (ตารางเวร)

ในการจัดตัวแปรต่างๆ (คนขึ้นเวร)

บนเงื่อนไขพื้นฐาน (เวร, ตำแหน่ง, Competency)

โดยให้บรรลุเงื่อนไขรองเท่าที่จะเป็นไปได้ (การขอเว-เวร)


การจัดตารางเวรจึงไม่ใช่ศาสตร์การพยาบาล และแม้หัวหน้าพยาบาลทุกท่านจะทำได้ดีมาก แต่การหาลู่ทางที่เหมาะสมมากกว่าในเชิงคณิตศาสตร์ ก็เป็นโอกาสในการพัฒนาที่น่าสนใจ


ปัจจุบันหลายๆประเทศ รวมถึงโรงพยาบาลบางแห่งในไทย เริ่มนำโปรแกรมการจัดเวรมาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเวรที่หนัก ซับซ้อน และเรื้อรังมายาวนาน


อันที่จริงเรื่องคณิตศาสตร์...(พูดในฐานะคนรพ.)...มันก็ไม่ใช่ทางของพวกเราสักเท่าไหร่ การนำเทคโนโลยีมาใช้ ให้มันทำงานแทนเรา แล้วเราถอยไปควบคุมตรวจสอบ ย่อมเป็นหนทางที่อาจมีประสิทธิภาพมากกว่าก็ได้ แล้วยังดีต่อสุขภาพใจ ของทั้งคนจัดเวรและคนรับเวรด้วยค่ะ


—


นอกจากปัญหาที่เล่าไปแล้ว เมื่อสอบถามผู้ปฏิบัติงาน ยังได้คำตอบผิดคาดอีกเรื่อง


จริงอยู่ที่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากคนขาด และการจัดเวรก็ซับซ้อนมาก อาจมีข้อผิดพลาดบ้างก็เป็นได้


แต่หลายครั้งน้องๆพยาบาลเกิดความคลางแคลงใจ ทำไมคนนั้นขอหยุดได้ ทำไมฉันไม่ได้ ปัญหาลุกลามจนผิดใจกัน

อย่างหนึ่งที่เทคโนโลยตอบโจทย์เราอย่างไม่คาดฝัน อาจเป็นเรื่องที่มันไม่ใช่มนุษย์ ย่อมหลุดจากคำครหาว่าเลือกที่รักมักที่ชัง


หลายโรงพยาบาลกลับมารักกัน เพราะสามารถเคลียร์ใจกัน ผ่านการใช้โปรแกรมที่เหมือนไร้จิตใจนี่เอง


พี่ๆหัวหน้าพยาบาลหลายท่านเคยกังวลนะคะ ว่าถ้าใช้โปรแกรมมาจัดเวรแล้ว จะไม่ยืดหยุ่น จะขาดความเป็นมนุษย์ ที่เข้าใจจิตใจพี่น้องในวงการเดียวกันไป แต่บางทีเทคโนโลยีที่เหมือนไร้ใจ ก็ทำให้เราโอบอุ้มความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ง่ายขึ้นค่ะ


 
 
 

Comments


bottom of page