top of page
  • Apichaya Sukprasert

ความซับซ้อนของตารางเวรพยาบาลปัญหาที่ไม่มีใครอาจเข้าใจ

ถ้าพูดถึงปัญหาในโรงพยาบาล ทุกคนคงคิดถึงภาระงาน ที่ไม่สมดุลกับอัตรากำลังของบุคลากรกันใช่ไหม


แต่ที่จริงแล้วมีอีกปัญหาใหญ่ ที่สัมพันธ์กันไปกับปัญหาอัตรากำลังและภาระงานอย่างแนบแน่น นั่นคือปัญหา “การจัดตารางเวร” นั่นเองค่ะ!


สำหรับคนนอกวงการ หรือแม้แต่สาขาที่เวรค่อนข้างจะจัดง่ายกว่าชาวบ้านอย่างหมอ


เราอาจเข้าใจเค้าอย่างผิวเผินเท่านั้นนะคะ


ทั้งที่พยาบาลอาจเป็นบุคลากรที่มีมากที่สุดในโรงพยาบาล แต่ปัญหาการจัดตารางเวรพยาบาลกลับไม่เป็นที่เข้าใจ สนใจ หรือพยายามหาทางแก้ไขอย่างจริงจังเท่าที่ควร


เรามาลองย้อนรอยปัญหากันดูค่ะ


(*หัวหน้าพยาบาลในบทความนี้ หมายถึงหัวหน้าหอผู้ป่วย)





-ความซับซ้อนของตารางเวร-

ตารางเวรพยาบาลไม่ใช่แค่จับชื่อใส่ในช่องว่าง แต่พยาบาลแต่ละหอผู้ป่วย แต่ละส่วนงาน จะมีตำแหน่งแยกย่อยลงไปเป็นขั้นๆ


เช่น


หอผู้ป่วยอายุรกรรม ในเวรหนึ่งๆ มีพยาบาลตำแหน่งอินชาร์ตเป็นหัวหน้าเวร ทำหน้าที่จ่ายงาน ดูแลการบริหารภาพใหญ่ ตำแหน่งลีดเดอร์เป็นหัวหน้ากลุ่มย่อย ดูแลเอกสารและจ่ายงานภายในกลุ่มเดียวกัน และมีพยาบาลเมมเบอร์เป็นสมาชิกเวรที่ดูแลผู้ป่วยเป็นหลัก


จากตำแหน่งที่ว่ามานั้น การจัดเวรจำต้องแบ่งพยาบาลออกเป็นกลุ่มๆตามอาวุโสหรือความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน เพื่อจ่ายงานให้ถูกต้องตามระดับ หรือที่เรียกกันในวงการว่า “Competency” ให้ได้


ยิ่งไปกว่านั้นยังอาจมีรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ยาบางตัวมีพยาบาลเพียงบางคนที่เคยเข้าอบรมจึงให้ได้ หรือหอผู้ป่วยบางแห่ง ต้องการให้ในเวรมีพยาบาลคละเพศทั้งหญิงชาย ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาคิดร่วมกัน


หมอเองเคยเห็นตารางก่อนจัดเวร(ไม่ใช่ตารางเวรนะคะ)ของพี่หัวหน้าพยาบาล แกทั้งแบ่งจำนวนปีที่ทำงาน จำนวนการอบรมที่เคยผ่าน ไปจนถึงรายละเอียดอย่าง คนนี้ควงเวรมาก่อนหน้า ต้องมีคนที่สดกว่ามาประกบ (มีแบบนี้ด้วย!) เรียกได้ว่าหลากหลายมากค่ะ


โดยสรุปแล้ว แม้จะเป็นวิชาชีพเดียวกัน หรือแม้แต่อายุงานเท่ากัน ก็ยังมี Competency ต่างกัน กลายเป็นอีกปัจจัยหลักของการจัดเวร


ทว่าการจัดเวร ยังไม่จบแค่นี้นะคะ

เพราะเรายังไม่เข้าช่วง “ขอเว-ขอเวร” กันเลยค่ะ



-ขอเวและขอเวร-

ก่อนจัดตารางเวร หัวหน้าพยาบาลจะเปิดให้ชาวคณะลงชื่อขอเวและขอเวรกันค่ะ


การขอเว(เคชั่น) หรือขอออฟ คือการขอวันหยุด(ซึ่งเท่ากับเสาอาทิตย์ของอาชีพอื่น)ของฉันเป็นวันไหน สำหรับคนอาชีพอื่นๆแล้ว การขอลาฟังดูปกติ ไม่นับเป็นอะไร


แต่ไม่ใช่กับวงการพยาบาลแน่นอนค่ะ


สำหรับการจัดเวรแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะปล่อยตำแหน่งหนึ่งๆให้ว่าง เพียงเพราะคนที่ competency ถึงนั้นขอเวไว้ หัวหน้าพยาบาลจะทำทุกวิถีทาง เพื่อหาคนลงให้ครบทุกตำแหน่งทุกเวรให้ได้ มิฉะนั้นหากปล่อยว่างๆไป ย่อมนำไปสู่ภาระงานเกินปกติ และความเสี่ยงต่อการดูแลคนไข้ นั่นคือฝันร้ายของหัวหน้าพยาบาล


การขอเวของพยาบาล จึงมักให้เขียนเหตุผลกำกับ ขอเวไปเที่ยว เวพาแม่ไปรักษาตัว เวไปกีฬาสีลูก หรือไปทำอะไร ทั้งยังมีการนับด้วยว่าใคร ขอเวไปเท่าไหร่แล้วได้ไปกี่ครั้งแล้ว


อันที่จริงเคยคุยกับหัวหน้าพยาบาลหลายท่าน ส่วนใหญ่อยากให้ทุกคนได้เวตามที่ต้องการนะคะ


ลำพังทำงานเป็นเวรก็ใช้ชีวิตลำบากแล้ว หากเวตามต้องการไม่ได้ คงยิ่งเศร้าไปกันใหญ่ หลายครอบครัวเสียเวลากินข้าวช่วงเย็นกับคุณแม่ที่เป็นพยาบาลไป ก็ควรได้วันพักผ่อนร่วมกันเป็นการตอบแทน


ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากขอเวแล้ว ยังมีขอเวรอีกในบางครั้ง


ค่าเวรของพยาบาลแต่ละเวรไม่เท่ากัน เวรบ่ายเวรดึกจะมีระเบียบเบิกจ่ายครอบอีกฉบับ ทำให้ได้เงินเสริมอีกเล็กน้อย


วงการพยาบาลไม่เพียงเป็นสถานที่ทำงาน แต่อยู่กันแบบครอบครัวจริงๆ(ที่ไม่ใช่กาสะลองซ้องปีบ)ด้วย


หัวหน้าพยาบาลมักล่วงรู้ปัญหาการเงินของน้องในปกครอง บางครั้งจึงเปิดโอกาสให้น้องลงชื่อขอเวรเพิ่มเติม หรือลากยาวไปถึงอนุญาตให้ซื้อขายเวรระหว่างกัน กลายเป็นอีกเงื่อนไขประกอบการจัดตาราง ที่มีทั้งขอเวและขอเวร


ในชีวิตจริง การจัดตารางเวรให้คนหลายสิบคน โดยที่แต่ละคนมีเงื่อนไขในชีวิตแตกต่างกัน มันยากมากนะคะ ถึงขั้นส่งหัวหน้าพยาบาลบางท่าน มานอนฉีดยาแก้ปวดหัวที่ห้องฉุกเฉินเลยทีเดียว (เรื่องจริงค่ะ)



อ่านถึงจุดนี้ หลายท่านคงพอมองภาพต่อไปออกแล้ว


หอผู้ป่วยบางแห่งเมื่อหาคนไม่ได้ จำต้องบังคับคนที่เพิ่งลงเวร ให้กลับมาควงเวรขึ้นเวรใหม่

บางแห่งจำต้องลดมาตรฐาน ลดเงื่อนไข Competency พยาบาลที่ตั้งไว้


นำไปสู่ปัญหาคุณภาพการรักษาพยาบาล


มองกลับมาในมุมผู้ปฏิบัติงาน พยาบาลหลายคนถูกบังคับควงเวร ถูกปฏิเสธวันออฟ กระทบชีวิตครอบครัวจนสั่นคลอน การทำงานที่เคยรักและภาคภูมิ เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย


สุดท้ายลาออกอย่างหมดใจ


เหตุการณ์เหล่านี้ เป็นรากเหง้าของปัญหาใหญ่ที่สุด อย่างการไหลออกของบุคลากร



กระนั้นแล้ว มีวิธีใดสามารถบรรเทาปัญหาดังกล่าวลงไปได้บ้าง


เมื่อมองภาพกว้าง เราจะพบจุดน่าสนใจจุดหนึ่ง


การจัดตารางเวรไม่ใช่กิจกรรมการพยาบาล แต่เป็น “กระบวนการทางคณิตศาสตร์”


ที่หาความเป็นไปได้ (ตารางเวร)

ในการจัดตัวแปรต่างๆ (คนขึ้นเวร)

บนเงื่อนไขพื้นฐาน (เวร, ตำแหน่ง, Competency)

โดยให้บรรลุเงื่อนไขรองเท่าที่จะเป็นไปได้ (การขอเว-เวร)


การจัดตารางเวรจึงไม่ใช่ศาสตร์การพยาบาล และแม้หัวหน้าพยาบาลทุกท่านจะทำได้ดีมาก แต่การหาลู่ทางที่เหมาะสมมากกว่าในเชิงคณิตศาสตร์ ก็เป็นโอกาสในการพัฒนาที่น่าสนใจ


ปัจจุบันหลายๆประเทศ รวมถึงโรงพยาบาลบางแห่งในไทย เริ่มนำโปรแกรมการจัดเวรมาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดเวรที่หนัก ซับซ้อน และเรื้อรังมายาวนาน


อันที่จริงเรื่องคณิตศาสตร์...(พูดในฐานะคนรพ.)...มันก็ไม่ใช่ทางของพวกเราสักเท่าไหร่ การนำเทคโนโลยีมาใช้ ให้มันทำงานแทนเรา แล้วเราถอยไปควบคุมตรวจสอบ ย่อมเป็นหนทางที่อาจมีประสิทธิภาพมากกว่าก็ได้ แล้วยังดีต่อสุขภาพใจ ของทั้งคนจัดเวรและคนรับเวรด้วยค่ะ



นอกจากปัญหาที่เล่าไปแล้ว เมื่อสอบถามผู้ปฏิบัติงาน ยังได้คำตอบผิดคาดอีกเรื่อง


จริงอยู่ที่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากคนขาด และการจัดเวรก็ซับซ้อนมาก อาจมีข้อผิดพลาดบ้างก็เป็นได้


แต่หลายครั้งน้องๆพยาบาลเกิดความคลางแคลงใจ ทำไมคนนั้นขอหยุดได้ ทำไมฉันไม่ได้ ปัญหาลุกลามจนผิดใจกัน

อย่างหนึ่งที่เทคโนโลยตอบโจทย์เราอย่างไม่คาดฝัน อาจเป็นเรื่องที่มันไม่ใช่มนุษย์ ย่อมหลุดจากคำครหาว่าเลือกที่รักมักที่ชัง


หลายโรงพยาบาลกลับมารักกัน เพราะสามารถเคลียร์ใจกัน ผ่านการใช้โปรแกรมที่เหมือนไร้จิตใจนี่เอง


พี่ๆหัวหน้าพยาบาลหลายท่านเคยกังวลนะคะ ว่าถ้าใช้โปรแกรมมาจัดเวรแล้ว จะไม่ยืดหยุ่น จะขาดความเป็นมนุษย์ ที่เข้าใจจิตใจพี่น้องในวงการเดียวกันไป แต่บางทีเทคโนโลยีที่เหมือนไร้ใจ ก็ทำให้เราโอบอุ้มความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ง่ายขึ้นค่ะ


Comments


bottom of page